รถยนต์ไฟฟ้ามีข้อดีหรือข้อเสีย อันไหนเยอะกว่ากัน สรุปน่าใช้หรือไม่ 2022

รถยนต์ไฟฟ้า

        รถยนต์ไฟฟ้า คือ Electric Vehicle หรือ EV รถยนต์ที่ถูกออกแบบให้ขับเคลื่อนด้วยพลังงานจากไฟฟ้า 100% แบตเตอรีหรืออุปกรณ์เก็บพลังงานไฟฟ้าในรูปแบบต่าง ๆ คือพลังงานไฟฟ้าที่ถูกเก็บไว้มาใช้ในการขับขี่รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งกลไกลในการทำงานไม่ซับซ้อนเสมือนรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน ที่เกิดจากเชื้อเพลิงสันดาปจุดระเบิดเผาไหม้ในการทำให้รถยนต์ไฟฟ้าขับเคลื่อน

รถยนต์ไฟฟ้า ราคาประหยัด คุณค่าที่คู่ควร

          รู้หรือไม่ว่า!!! รถยนต์ไฟฟ้าเป็นเทรนด์ใหม่ที่กำลังมา ด้วยสนนราคาที่ไม่แพงมาก เริ่มต้นเพียงหลักแสนต้น ๆ ก็สามารถกำเงินไปซื้อได้เลย ซึ่งเน้นการใช้งานได้จริง ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเติมน้ำมัน ที่นับวัน ๆ ราคาต่อลิตรยิ่งทะยานสูงมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงทำให้รถยนต์ไฟฟ้าจะค่อย ๆ เข้ามามีบทบาทแทนที่รถยนต์ที่ใช้น้ำมันมากขึ้น ลองมาทำความรู้จักข้อดี ข้อเสีย และ ประเภทรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อประกอบการพิจารณาตัดสินใจเลือกซื้อกัน

ข้อดีของรถยนต์ไฟฟ้า

  • ลดมลพิษทางเสียง รถยนต์ไฟฟ้ามีเครื่องยนต์ที่เงียบ
  • เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่มีไอเสียจากการเผาผลาญพลังงาน
  • ประหยัดค่าซ่อมบำรุง เนื่องจากไม่มีเครื่องยนต์ ทำให้ไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง 
  • ง่ายต่อการดูแลรักษา ไม่ต้องเสียเวลานำรถยนต์ไฟฟ้าเข้าไปรับการบำรุงรักษาตามห้างหรือตามอู่บ่อย ๆ
  • ประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่ต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในการเผาไหม้ เพื่อให้รถยนต์ขับเคลื่อน
  • สามารถนำรถยนต์ไฟฟ้าชาร์จแบตเตอรี่ได้จากที่บ้านเอง เพื่อให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน 

ข้อจำกัด หรือข้อเสียของรถยนต์ไฟฟ้า

  • สถานีอัดประจุ ยังไม่ครอบคลุมในทุกพื้นที่ เมื่อต้องเดินทางข้ามจังหวัดต้องมีการวางแผนล่วงหน้า
  • การจัดการแบตเตอรี่ที่ติดตั้งอยู่ในรถยนต์ไฟฟ้าเสื่อมสภาพ ขยะเหล่านี้ยังไม่มีวิธีจำกัดมากมายนัก
  • การชาร์จแบตเตอร์รี่พลังงานที่เต็มเติมช้าใช้เวลานาน ต้องชาร์จถึง 10-15 นาที  ในขณะที่การเติมน้ำมันใช้เวลาเพียง 5 นาที
  • อู่ซ่อมรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะทาง มีค่อนข้างน้อยมาก เมื่อเกิดปัญหาขึ้นต้องเข้าศูนย์บริการเท่านั้น

ประเภทรถยนต์ไฟฟ้า

            ยานยนต์ไฟฟ้า คือ นวัตกรรมที่น่าใช้มาก ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 4 ประเภท ตามเทคโนโลยีของการออกแบบ

1. Hybrid Electric Vehicle 

       รถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด  (HEV) ระบบการทำงานร่วมกันระหว่างพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ จะคอยทำหน้าที่ดึงพลังงาน ในช่วงระยะ 2 – 3 กิโลเมตรแรกที่รถยนต์ไฟฟ้าเริ่มออกตัว หลังจากนั้นจะสลับมาใช้การสันดาปของเครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนเพื่อเป็นการเสริมอัตรากำลังเร่งระหว่างกัน ซึ่งในขณะเดียวกันเมื่ออยู่ในระหว่างรถติด หากมีแบตเตอรี่มากเพียงพอ การทำงานของรถยนต์ไฟฟ้าจะดึงไฟฟ้าในแบตเตอรี่มาใช้เพื่อให้เครื่องยนต์ได้หยุดทำงานชั่วขณะหนึ่ง  เช่น เครื่องเสียง แอร์รถยนต์ ไฟหน้ารถ โดย ช่วยลดการใช้น้ำมันนั้นเอง 


2. Plug-in Hybrid 

           รถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอิน ไฮบริด  (PHEV) มีความคล้ายคลึงกับรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด คือการทำงานประสานกันระหว่างไฟฟ้าในแบตเตอรี่และเครื่องยนต์ แต่มีข้อดีที่สามารถเสียบชาร์จไฟแบตเตอรี่ได้จากสถานีชาร์จไฟของรถยนต์ไฟฟ้าหรือการชาร์จจากที่พักอาศัยได้เลย แต่จะใช้เวลายาวนานประมาณ 4 – 5 ชั่วโมง เมื่อแบตเตอรี่เต็ม 100% รถยนต์ไฟฟ้าสามารถขับเคลื่อนได้ประมาณ 20 – 50 กิโลเมตร และข้อดีคือไม่ต้องใช้น้ำมันในการสันดาปจากเครื่องยนต์ หากแบตเตอรี่หมดลงเมื่อไหร่ ระบบสามารถสลับมาใช้น้ำมันจากการทำงานของเครื่องยนต์ได้ตามปกติ 


3. Battery Electric Vehicle

          รถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่ (BEV) ใช้แบตเตอรี่และมอเตอร์ในการขับเคลื่อน 100 % เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ไม่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงจากเครื่องยนต์ในการสันดาปใด ๆ ผู้ใช้จึงสามารถมั่นใจว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมไม่ปล่อยควันพิษแน่นอน การชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็ม 100 % ในแต่ละครั้ง อาจจะต้องใช้เวลานานประมาณ 6 – 8 ชั่วโมง แต่ข้อดีคือสามารถวิ่งได้ถึง 300 กิโลเมตร ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้ที่ชอบขับขี่เดินทางในระยะที่ไม่ไกล แต่ก็คุ้มค่าด้วยอุปกรณ์ระบบจอภาพสัมผัสภายในรถยนต์ไฟฟ้าทันสมัย สมารถดูหนัง ฟังเพลง ได้แค่เพียงปลายนิ้วสัมผัส


4. Fuel Cell Electric Vehicle

           รถยนต์ไฟฟ้าพลังงานเซลล์เชื้อเพลิง  (FCEV) ระบบการทำงานแบตเตอรี่ไฟฟ้า ที่เรียกว่า Fuel Cell Stack โดยจะส่งโฮโดนเจนเหลวและอากาศในออกซิเจนเข้าสู่แผงเซลล์เชื้อเพลิงเพื่อสามารถแปลงเป็นกระแสไฟฟ้า และนำเข้ามาเก็บในแบตเตอรี่ โดยมอเตอร์สามารถดึงกระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ไปใช้ในการขับเคลื่อนรถยนต์ได้ แต่อาจจะอยู่ในช่วงกำลังพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมนี้


          จะเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้า ภายในปี 2022 ค่อนข้างตอบโจทย์ตรงตามวัตถุประสงค์การใช้งานของผู้บริโภค หากมองกันในระยะยาวเรื่องของความคุ้มค่าแล้วนั้น มีข้อดีมากกว่าข้อเสียเยอะกว่าแน่นอนและน่าจับจองเป็นเจ้าของ แต่สิ่งที่ต้องผู้ขับขี่ต้องคำนึงถึงคือ การวางแผนการเงินก่อนการตัดสินใจซื้อ รวมไปถึงการวางแผนการเดินทาง เนื่องจากจุดบริการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบันยังมีรองรับไม่มากนัก ถ้าเทียบกับสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นเอง

ขอบคุณเครดิตรูปภาพอ้างอิง : Car2Day

อ่านบทความเพิ่มที่ รถยนต์

เว็บตรงสล็อต

Facebook
Twitter

Table of Contents